Toonzzz's profile★*°.•°•.°(¯`•¸·´¯) T o o...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    April 26

    บทสรุปของ MootBiz

     
     










     
     

    0456.gif


     บทสรุปของ MootBiz 2006

     ...............และแล้วการประกวดแผนธุรกิจแห่งชาติครั้งที่ 2 ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี (มั้ง) ....และถึงแม้ว่าทีมเราจะไม่ได้รางวัลติดไม้ติดมือกลับมา เพราะเหตุผลบางอย่าง แต่การทำงานของพวกเราครั้งนี้ก็ทำให้เราได้อะไรหลายๆอย่างๆ ก่อนอื่นขอบอกทีมงานว่าขอบคุณที่ร่วมงานกันด้วยความบันเทิงเริงใจและสนุกสนานตลอดมา อิอิ ดีใจจิงๆ ที่ได้ร่วมงานกัน  การแข่งขันครั้งนี้ทำให้ทีมงานเรารู้ว่าบทสรุปอาจจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจด้วยเกณฑ์ของคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นอะไรที่เราเองก็ไม่สามารถควบคุมได้ ยังงัยก็อย่าไปซีเรียสกับผลที่เกิดขึ้นนะ อิอิ

    ขอบคุณเพื่อนๆ ทั้งที่นิด้า และเพื่อนเก่าเราที่จุฬา นะจ๊ะที่มาช่วยกันให้กำลังใจด้วยการแวะเข้ามาเยี่ยมชมบูธและเข้ามาให้กำลังใจตอนพรีเซนต์ รวมทั้งญาติพี่น้องของทีมงานทั้งหลาย ที่ช่วยมาสร้างความคึกคักได้มากมายทีเดียว ยังงัยเด๋วว่างๆ เราจะเอาภาพมาให้ดูนะจ๊ะ

    คิดถึงนะแต่ไม่แสดงออก อิอิ


    ------------------------------------------


     
     

     
    March 03

    Moot Biz เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแล้ว เย้วๆๆ

     
     
     

    0456.gif

     

     เย้ว ๆ ๆ ๆ.......................เมื่อวานไปงานประกาศผลMoot Biz* รอบ 16 ทีมสุดท้ายมาที่ ศศินทร์............. เดินเข้าไปก้าวแรก  เห็นทีมของมหาวิทยาลัยอื่น ใส่สูทนั่งกันเป็นทิวแถว อาจารย์ก็มาด้วย น่ากลัวมากๆ พวกเราก็เดินตัวลีบๆเข้าไปนั่งกันสามคนน่ารักเชียว นั่งๆรอประธานมาเปิดงานก็แอบได้ยินทีมอื่นๆ เค้าก็คุยกันเรื่องแผนมั่งล่ะเรื่องธุรกิจมั่งล่ะ พวกเราน่ะเหรอ คุยกันว่าเมื่อไหร่จะประกาศซักที เพราะว่าหิวกันแว้ว แล้วก็นั่งคิดเมนูว่าจะกินสเต็กอะไรกันดี จะเป็นแฮมสเต็ก หรือไก่สไปซี่ หรือจะกินปลาย่างดีน้า..........และแล้วหลังจากที่ปล่อยให้พวกเราเพ้อเจ้อเรื่องกินมานาน ประธานก็มาเปิดงานแล้วก็ตามมาด้วยการประกาศผล......นั่งเบลอๆกันอยู่แป๊บนึงก็ได้ยินชื่อทีม "Value Kreation" กรี๊ดๆๆ แอบดีใจกันแต่พองามนิดนึงส่วนไอ้บาสถึงกับปลาบปลื้มจะร้องไห้ ..........อิอิ บาสจ๊ะ อันนี้ยังไม่ใช่รางวัลชนะเลิศจ้ะ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด อิอิ....หลังจากนั้นก็ฟังผลการจับฉลากแบ่งสายกันเรื่อยเปื่อย ซึ่งจิงๆไม่ค่อยได้ฟังเท่าไหร่เพราะใจนึกถึง    เสต็กมากก่า คือแบบว่าหิวมากๆๆๆๆ เพราะตั้งแต่เช้ายังไม่มีไรตกถึงท้องเลย พอเลิกงานก็ได้ไปกินสเต็กกันต่อ.  อ้อ เพื่อนๆจ๊ะ วันที่ 20-21 เมษายน  ใครว่างๆ ก็ไปช่วยกันเชียร์ ไปรำกลองยาวเป็นกำลังใจกันได้ที่ พารากอนฮอลล์ชั้นโรงหนังนะจ๊ะ เพราะเป็นวันพรีเซนต์รอบรองชนะเลิศ แล้วก็มีจัดนิทรรศการด้วยน้า ไปช่วยกันเป็นหน้าม้ากันหน่อยละกัน  เนอะๆๆ.....................ขอให้ทีมเราโชคดีนะ เย้วๆๆๆๆๆ

     
     
    Remark* สำหรับเพื่อนๆที่ยังไม่ทราบรายละเอียดนะจ๊ะ  Moot Biz คือการประกวดแผนธุรกิจแห่งชาติซึ่งจัดขึ้นโดยศศินทร์ ปีนี้จัดเป็นปีที่ 2 แล้ว โดยแผนธุรกิจที่ได้รับคัดเลือกจะได้ไปพรีเซนต์ในรอบรองชนะเลิศซึ่งเค้าจัดที่พารากอนฮอลล์ วันที่ 20 เมษายน นะจ๊ะ โดยรองรองชนะเลิศแบ่งเป็น 4 สาย สายละ 4 ทีม คัดเลือกผู้ชนะในแต่ละสายเพื่อไปแข่งต่อในรอบชิงชนะเลิศวันที่ 21 เมษายนจ้า เพื่อนๆดูรายละเอียดได้ใน www.mootbiz.com
     
    February 02

    Looking forward to Moot Biz round II

     

     

     
     
     
     

     และแล้ว......ด่านแรกของ MootBiz ของพวกเรา นั่นคือการเขียนแผนธุรกิจก็ผ่านลุล่วงไปด้วยความระทึก..........

    หลังจากนี้อีกหนึ่งเดือนก็ต้องเฝ้ารอว่าพวกเราจะได้ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมอ๊ะป่าว

    .....เพื่อนๆ เป็นกำลังใจให้ด้วยน้า.....

    Special Thank.....อาจารย์ธัชวรรณ มั่กๆๆๆ ที่อุตส่าห์ทุ่มเทคอยคอมเมนท์แผนของพวกเราดึกๆดื่นๆ มะได้หลับได้นอน มะได้กลับไปเล่นกะผิง อิอิ แล้วก็เพื่อนๆทีมงาน--- แท้ป บาส พี่กิจ เป้--หวังว่าจะได้ร่วมชะตากรรมการอีกครั้งตอนรอบ 16 ทีมเน้อ ยินดีอย่างยิ่งที่ได้ทำงานนี้ด้วยกันน้า (เอ่อ แท้ปจ๊ะ ถ้าได้เข้ารอบอย่าลืมถ่ายรูปท่า Knowhow

    กันด้วยนะ)  

    January 02

    ภูสอยดาว (My Impression)

     

       

     กลับมาจากภูสอยดาวแว้วจ้า...
     
    หลังจากไปเที่ยวมา ก็มีรูปบางส่วนมาอวด 
     
    ให้อิจฉาเล่น 555
     
    ทริปนี้สนุกมากๆ และก็โหดมากๆด้วย
     
    เพราะนี่ก็ผ่านมาสองวันแล้ว แต่อาการปวดขาสุดๆ
     
    ก็ยังไม่บรรเทาลงเลย
     
    หลังจากกลับมาทำให้เราซึ้งถึงสัจจธรรมว่า
     
    "สังขารคนเรานั้นไม่เที่ยง"
     
    เพราะถ้าย้อนไปเมื่อสามสี่ปีก่อน ทริปแค่นี้ยังเด็กๆนัก
     
    555
     
    แต่อย่างไรก็ตาม....
     
    เราก็สามารถกลับมาถึงด้วยอาการครบ 32
     
    โอ้ พระเจ้า มันไม่น่าเชื่อจิงๆ
     
    เพราะเราต้องเดินขึ้นไปตามทางที่ชันขึ้นเรื่อยๆถึง 6.5 กม.
     
    เพื่อไปกางเต๊นท์ที่ ลานสน
     
    เดินตั้งแต่บ่ายโมงยันสองทุ่ม พักทุกๆ 10 ก้าว
     
    รุ่งขึ้นก็ปีนขึ้นไป ณ จุดสูงที่สุดของยอดภูสอยดาวอีก 2.5 กม.
     
    ถึงแม้ระยะทางจะดูน้อยนิด แต่ความโหดนั้นเกินบรรยาย
     
    เพราะตลอดทางต้องปีนทั้งเถาวัลย์ และเชือกสารพัด
     
    ตอนขึ้นว่าโหดแล้ว ตอนลงนี่เกือบทำใจไม่ได้ 
     
    กลัวหลุดโค้งตกเขามากๆ แต่ก็ต้องรีบลงมาก่อนค่ำให้ได้
     
    วันรุ่งขึ้น ต้องเดินทางกลับ ลงเขา 6.5 กม.
     
    ถึงแม้จะดู ชิวๆ เพราะเป็นขาลง แต่ร่างกายมันไม่พร้อมแว้วครับ
     
    แต่.....เราก็สามารถเดินทักผู้คนรายทางลงมาถึงจนได้
     
    ไม่น่าเชื่อจิงๆ
     
    ทริปนี้ถึงแม้จะเหนื่อย แต่ก็ประทับใจสุดๆนะ
     
    (ลืมบอกไปว่าอากาศข้างบนหนาวมากประมาณ 5 องศาได้)
     
    October 30

    ความรักเหมือนตู้โทรศัพท์สาธารณะ


    ㋇㏧ - ㋇㏱ 
     
    มีคนเค้าบอกว่าความรักเหมือนตู้โทรศัพท์สาธารณะ

    ตู้ที่เดินตรงเข้าไปมักโทรได้เฉพาะหมายเลขฉุกเฉิน
    ตู้ที่ใช้ได้มักต้องต่อคิวยาวเหยียด
    แต่พอถึงคิวเราเหรียญกลับหยอดไม่ลงซะงั้น
    กว่าจะเจอตู้ที่โทรได้จริงๆ ก็ต้องเดินหาจนเมื่อย
    และเมื่อเจอแล้วก็ต้องเตรียมเหรียญไว้หยอดสม่ำเสมอ
    ไม่อย่างนั้นคุยๆ ไปสัญญาณอาจถูกตัดขาดไป ต่อใหม่เท่าไรก็ไม่ติด

    เหรียญ ในที่นี้เปรียบได้กับ ความเอาใจใส่ การมีเวลาให้
    เพราะถ้าเธอไม่มีทั้ง 2 สิ่งคอยหล่อเลี้ยงความรัก
    สัญญาณของความสัมพันธ์ก็จะถูกตัดขาดในที่สุด
    และไม่สามารถเรียกสัญญาณเดิมกลับมาได้อีก


    ส่วนความเป็นเพื่อนนั้นเหมือนโทรศัพท์บ้าน คุยนานเท่าไหร่ก็ 3
    บาท
    คบกันแบบไม่ต้องลงทุนจนหมดเนื้อหมดตัว ไม่ต้องต่อคิวใคร
    ไม่ต้องเดินหาจนเมื่อย
    แต่ตอนสิ้นเดือนต้องจ่ายค่าบริการให้ตรงเวลาก็เท่านั้น
    ค่าบริการในที่นี้เปรียบได้กับ ความจริงใจ
    ที่คนเป็นเพื่อนต้องมีให้กัน


    อย่างไรก็ตาม เราควรบริหาร ค่าใช้จ่ายของความสัมพันธ์ให้ดี
    อย่าเอาเงินที่มีอยู่ไปแลกเหรียญ
    แล้วหยอดตู้โทรศัพท์สาธารณะจนหมด
    กระทั่ง .... ไม่เหลือจ่ายค่าโทรศัพท์บ้าน
    กระทั่ง .... ไม่เหลือจ่ายค่าอาหารของตัวเอง


    มีความรักแล้วอย่าลืมเพื่อน
    และเมื่อมีเวลาให้กับความรัก/มีเวลาให้กับความเป็นเพื่อนแล้ว
    อย่าลืมที่จะมีเวลาให้กับครอบครัวและตัวเองด้วย.........

    จาก เวปสาระแน
      
     
     
     
     
     
     

     
     
     
    October 21

    จดหมายจากฟุเหยิน ถึง ดากานดา


     

     
     
     

    ดากานดำ ...เอ๊ย .... ดากานดา

    วันนี้ชั้นงดกัดแกซักวันแล้วกัน

    > >>เพราะชั้นรู้ว่าแกกำลังเศร้า

    แกคงคิดไม่ถึงใช่มั๊ยว่าวันที่ไข่ย้อยมันบอกรักแกใต้ต้นชงโค

    จะเป็นวันสุดท้ายที่แกได้เจอกับมัน

    แกคงคิดไม่ถึงใช่มั๊ย..

    > >>แค่คำที่แกพูดกับมันว่า

    "แกมาทำอะไรเอาป่านนี้"

    มันทำให้ผู้ชายคนนึงถึงกับหัวใจสลาย..เดินออกจากชีวิตแกไปเลย

    ชั้นรู้...

    > >>ว่าจริงๆแล้วแกเกือบช่อนยิ้มไม่ได้

    แกดีใจขนาดไหนที่ได้ยินคำๆนั้นที่แกเฝ้ารอซะทีทำไมแกไม่พูดประโยคต่อไปเล่า

    ประโยคความจริงที่มันก้องอยู่ในหัวใจแกตลอดมา..รู้มั๊ย

    ชั้นรอฟังแกมาพูดคำๆนี้ให้ฟังชัดๆมานานแค่ไหน

    เพื่อที่ชั้นจะได้บอกแกชัดๆชะทีว่า ช้นก็รักแกเช่นกัน

    แต่แกไม่ยอมพูด

    > >>เพราะแกคิดว่าเดี๋ยวค่อยบอกก็ได้

    ตอนนี้ขอแอบไปดีใจคนเดียวก่อน พรุ่งนี้แกจะไปบอกเลิกกับโก้

    > >>แล้วพอเจอไข่ย้อย

    แกก็จะหอมแก้มมันสักทีพร้อมกับบอกทั้งหมดที่อยู่ในใจแก

    แกคงคิดไม่ถึง

    > >>ว่าผลของการพูดไม่จบประโยค

    มันจะทำให้แกหมดโอกาสได้แก้ตัวอีกต่อไป

    แล้วทำให้แกเองกลับต้องมานั่งร้องไห้หัวใจสลายอยู่อย่างในวลานี้

    .ดากานดา..ตอนนี้แกคงคิดได้แล้วล่ะสิว่าที่ผ่านมาแกมันเอาแตใจและร้ายกับไข่ย้อย

    มันขนาดไหน

    แกอย่ามาพูดนะว่าแกไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามันรักแกน่ะ

    แกน่ะรู้....รู้มาตลอดนั่นแหละ...แกแค่อยากเอาชนะ

    > >>แค่อยากได้ยินมันพูดออกมาให้ฟังชัดๆแคนั้นเอง

    วันนั้นในเต๊นท์บนเขา

    > >>ที่ไข่ย้อยมันมานับเลขข้างหูแก มันก็แค่อยากจะแน่ใจบ้างว่าแกก็มีใจกะมัน

    กลายเป็นแกชิงป็นฝ่ายได้เปรียบที่ยิ่งแน่ใจว่ามันชอบแกแน่ๆ

    ไม่ใช่แค่แกคนเดียวที่ชอบมันเหมือนกัน

    แกเลยได้ใจใหญ่ทีนี้..ทั้งเรื่องที่แกพูดว่าถ้าไข่ย้อยมันเปิดใจต้องมีคนมาชอบมั

    นแน่ๆ

    ทั้งเรื่องที่แกยัดเยียดสาวให้ไปเดทกับมัน

    > >>แกตั้งใจบีบคั้นให้มันพูดว่ามันทำไม่ได้หรอกเพราะมันรักแก

    ใช่มั๊ยล่ะ...แกคิดจริงๆน่ะเหรอ

    ว่าไอ้ไข่ย้อยมันซื่อบื้อซะจนดูไม่ออกบ้างเลยสักนิดว่าแกก็มีใจให้มันเหมือนกัน

    แกเล่นเกมส์อะไรของแกอยุ่วะ....แกจะเอาเปรียบ

    > >>หลอกใช้ หรือยัดเยียดใครมาให้

    มันก็ยังอุตส่าห์ทนแกทุกเรื่อง

    แต่ที่แกทำถึงขนาดไปคบไอ้โก้

    >>แกไม่คิดว่ามันเกินไปหรอกเหรอ..ไข่ย้อยมันยอมแพ้แกแล้วไง...เพราะมันอยากเลิกเ

    ล่นกมส์บ้าๆของแกซะที หลังสอบ..มันมาบอกรักแกชัดๆอยางที่แกอยากได้ยินมาตลอด

    ในเมื่อแกอยากชนะ มันก็ยอมให้แกชนะ

    >>แล้วไง..แกอยากให้มันพูดชัดๆออกมาก่อนมันก็พูดไปแล้ว..แล้วแกล่ะ...ดากานดา..ท

    ำไมแกไม่พูดความรู้สึกแกออกมาตอนนั้น..ไข่ย้อยมันก็นึกว่ามันคงแพ้จริงๆน่ะสิ

    ไม่ใช่แพ้เพราะต้องบอกรักแกก่อนอย่างที่แกพยายามบังคับมันเหลือเกิน

    แต่มันคิดว่ามันแพ้เพราะแกคงแบ่งใจให้ไอ้โก้ไปแล้วจริงๆ

    แกถึงตอบมันกลับมาแค่นั้น....ทั้งที่ผ่านมามันก็ยังเชื่อมาตลอดว่าแกคบกับไอ้โก้

    เพราะอยากลองใจมันเหมือนทุกครั้งแต่ครั้งนี้มันเจ็บสุดๆ

    > >>เจ็บกว่าทุกครั้งที่แกทำ..ไข่ย้อยมันรักแกมากนะ

    ที่มันยอมแกมาถึงขนาดนี้

    >>ยอมมาพูดคำว่ารักทั้งๆที่มันอยากให้แกซึ้งใจกับทุกๆอย่างมันที่มันมีให้มากกว่

    าแค่ดีใจกับคำๆเดียว

    แกอยากจะฟังนักมันก็มาบอก...แล้วไง

    ถึงเวลาจริงๆ...ทำไมไม่บอกความรู้สึกที่แท้จริงของแกออกไปล่ะ

    อยากร้องไห้ก็ร้องไปเถอะแก...ทุกอย่างมัน

    > >>สายเกินกว่าจะกลับคืนแล้ว แกเองก็รู้ดี...สิ่งที่แกจะทำได้ดีที่สุดตอนนี้นะ

    คือเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของไข่ย้อยมัน

    เป็นให้ดีที่สุดเท่าที่เพือนจะเป็นได้นะ...เอาใจช่วยแกว่ะ

     

     

    ฟุเหยิน

     

    ป.ล

     

    October 05

    จำเค้ามา...คมได้ใจมั่กๆ

     

    05年04月08日

    星期五

    天氣
    :陰

     黑   板

    值日生:校長大人

     

    ความรักเปรียบเสมือนน้ำเปล่า

     

    ไม่มีรสชาติ

     

    แต่ก็ขาดไม่ได้

    / / / /     ██

     

    September 30

    สัญญาณ...ที่บอกว่าคุณ...กำลัง...ตกหลุมรัก

             T o d a y 

     


     

     
     
     

    1.ถ้าคุณเดินออกจากงานเลี้ยงที่วุ่นวาย
    และรู้สึกว่า..อยากเดินกับเธอเพียง2คน ...คุณตกหลุมรักเธอ


    2. คุณอยู่กับเธอ
    คุณแกล้งทำเป็นไม่สนใจ ...แต่พอเธอไม่อยู่
    คุณก็มองหา...คุณตกหลุมรักเธอ

    แม้จะมีคนอื่น...ทำให้คุณหัวเราะอยู่
    แต่...สายตาคุณก็มองอยู่ที่เธอ.....คุณตกหลุมรักเธอ

    3.พอดูรูปหมู่...คุณมองหาเธอ
    (ดูว่าใครอยู่ข้างเธอ,ดูว่าเธอเป็นไง)…..คุณตกหลุมรักเธอ

    4.คุณต้อง..งดคุยโทรศัพท์ เพราะเรียนหนัก แต่ยกเว้น ทำไม่ได้กับเธอ...หากเป็นเธอโทรมา…..คุณตกหลุมรักเธอ

    5.ถ้าคุณตื่นเต้นกับ E Mail สั้น ๆ ที่เธอส่งมา มากกว่าMailของคนอื่น..ละก็…..คุณตกหลุมรักเธอ

    6.ถ้าคุณมักจะคอยบอกตัวเองว่า
    "เป็นแค่เพื่อน"

    จิงแล้วรู้ดี..และห้ามตัวเองที่จะคิดเกินเพื่อนไม่ได้…..คุณตกหลุมรักเธอ

    และถ้าคุณอ่านข้อความนี้...
    แล้วมีใครผ่านเข้ามาในความคิด….คุณตกหลุมรักเธอหรือเค้าแล้วจ้า...

       

     

     

    September 27

    ความไว้ใจ

     

    ความไว้วางใจนั้น
    เป็นพื้นฐานของสัมพันธ์ภาพระหว่างคุณกับบุคคลอื่นๆ
    ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ลูก คนรัก เพื่อน หัวหน้า หรือ ลูกน้อง

    ความไว้วางใจในกันและกันไม่ใช่สิ่งที่เกิดยากและไม่ใช่สิ่งที่เกิดง่ายๆ
    ฟังดูแล้วงงลองมาดูกันนะคะ ว่าความไว้วางใจที่คุณมีให้กับแต่ละคนนั้นมันมากน้อยต่างกันเพราะเหตุผลเป็นสำคัญ แต่เหตุผลนั้นคุณคือคนที่กำหนดเองจากในใจของคุณเองหรือจากข้อมูลที่คุณได้รับมา

    ในความไว้วางใจบางคนไว้วางใจคนอื่นมาก ...
    จนมองดูคล้ายๆคนหัวอ่อน
    บางคนดื้อ ดันทุรัง แบบนี้น่าจะเรียกคนหัวแข็งไหม...

    เมื่อเราเกิดความไว้วางใจในใคร ....เราจะเชื่ออย่างงมงาย
    ในทางกลับกันถ้าเราไม่เชื่อใคร....ต่อให้เป้นความจริงเราก็เถียงหัวชนฝา

    ต่อมาเมื่อความไว้วางใจในคนนั้นหายไป
    ถ้าหาก...คุณสูญเสียความไว้ใจที่มีต่อบุคคลนั้นไป......
    คุณจะไม่พบมันอีกเลยในความสัมพันธ์ระหว่างคุณและเขา

    ไม่ว่าเราจะทำอะไรหรือรักใคร จงทำให้เค้าไว้ใจเราและเราเองก็ไว้ใจเค้า
    อย่าได้ทำลายความไว้ใจที่เค้าให้คุณมา จงรักษามันไว้
    เพราะเมื่อความไว้ใจหายไป มันยากที่คุณจะเรียกมันกลับมา

    คนเราย่อมต้องการใครสักคนที่ไว้ใจได้
    การคบใครหรือจะทราบได้อย่างไรว่าใครไว้ใจได้มากน้อยแค่ไหน
    ไม่มีใครสามารถบอกได้หรือมีกฎที่ตายตัวแต่ลองนึก..วิเคราะห์ ..ดูกันนะ
    ว่าคนแบบไหนที่คุณคิดว่าสามารถไว้ใจได้

    ในความไว้วางใจ ...เราจะไม่มีความรู้สึกแบบนี้
    พอบอกว่าไม่จริงก็ไม่เชื่อ
    พอบอกว่าความจริงก็ไม่เชื่อ...
    อนิจานิสัยคนเรา ..งง ..ไหมละ เคยเจอกันบ้างไหมละ  

    September 24

    ฮ า ดี อ่ า ...(เพลงเพื่อชีวิต จิงๆ)

    ศิลปิน : บ่ดายซะล่ะ (Bodyesala) 

    อัลบั้ม : Believe

    เพลง : ดรอปซ้า 

    ได้แต่เหลียวมองข้อสอบมิดเทอม

    มันช่างยาก..เหลือเกิน ที่จะไป..ให้ถึงถึงขอบมีน...

    เสร็จเสียที ที่เราต้องทนทรมานอ่านหนังสือโต้รุ่งสองคืน..สองวัน

    ไปยังฝัน..เกินมีน     ปิดฉากเสียที..เมื่อจารย์ออกอย่างนี้

    เซ็งเต็มทีกับข้อสอบที่มันวางตรงหน้า    ออกไปนั่งเศร้าคงดีกว่า

    *ยอมเข้าใจๆ จะไฟนอลกันก็มีแต่เอฟซ้า

    ฉันเข้าใจๆ ก็เคยเอฟมา

    **ดรอปซ้า...ซะก่อนที่เอฟจะติดไป

    คะแนนที่ฝันกันเอาไว้ จบแล้ว ไม่เหลือสักอย่าง

    ฉันอ่านมาเพียงแค่เท่านี้ ข้อสอบทำได้แค่ครึ่งทาง

    (ก็คงต้อง ยอมรับมันๆ) (พรุ่งนี้ไม่เรียนแล้วเธอ)

    จะเจ็บเท่าไหร่ฉันก็จะทน เมื่อ เ ศื อ ก จะเอฟคงห้ามไม่ได้

    ต้องเซ็นต์ใบดรอปทั้งน้ำตาแม้แทบขาดใจ

    จะเปอร์เท่าไหร่ฉันก็จะยอม เพื่อเกรดในวันที่ดีข้างหน้า

    ให้คนอื่นได้พบความสุข ที่ตรงขอบมีน...    ฉันยอม....ยอม...

    (ซ้ำ *, **)

    ซะก่อนที่เอฟจะติดไป    คะแนนที่ฝันกันเอาไว้

    จบแล้ว ไม่เหลือสักอย่าง

    ฉันอ่านมาเพียงแค่เท่านี้ ข้อสอบทำได้แค่ครึ่งทาง

    ก็คงต้องยอมรับมัน

    จะเจ็บเท่าไหร่ฉันก็จะทน

    ถ้า เ สื อ ก จะเอฟก็จง ดรอปซ้า

    พากันไปเอ..โชคเอเถิดหนา..

    จะเจ็บเท่าไหร่ฉันก็จะทน

    June 25

    ความรักดั่ง Org chem เข้าใจยาก + สอบตกง่าย

    ความรักดั่ง or-chem เข้าใจยาก + สอบตกง่าย

    ความรักของฉันและเธอเหมือนปฎิกิริยาที่ไม่ได้เติม catalyst

    เหมือนฉันเป็นเบสที่ให้อิเล็กตรอนแก่เธอ

    แต่เธอไม่เคยสร้างพันธะกับฉันเลย เหมือนฉันใกล้เขามากเกินไป

    เธอจึงเอาแต่ flip ring เพื่อ more   stable

    เหมือนฉันเป็นฟลูออรีน เธอเป็นฮีเลียม แม้ว่าฉันจะมี EN

    สูงแค่ไหนก็ไม่สามารถชิงอิเลกตรอนเธอได้ เหมือน Alkyne ที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์

    เหมือนฉันไม่ใช่ solvent ที่เหมาะกับเธอ

    เจอกันที่ไรเธอรำคาญทุกทีเมือน Na + H2O ยังไงยังงั้น

    สารตั้งต้น ความรัก + ความจริงใจ ------->เฉยเมย (Major product)  + เย็นชา (Minor Product)

    พลังงานพันธะเธอสูงเหลือเกินเกินกว่าที่ฉันจะทำลายมันได้

    ฉันและเธอคงไม่ใช่ enantiomer กัน

    ฉันไม่ขออะไรเธอมากไม่ต้องการอิเลกตรอนจากเธอหรอก

    เพียงแค่เธอยอม coordinate valence electronกับฉันก็พอ

     

     

    June 08

    Glasstories

     

    “Some see the glass as half-empty,

       Some see the glass as half-full.

        I see the glass as too big”

    George Carlin

     

    June 05

    Good story_2

    ...ขอให้มีที่ว่างในการมาอยู่ร่วมกันของเธอ

    และขอให้ลมแห่งสวรรค์เต้นรำอยู่ระหว่างเธอทั้งสอง

    รักกันและกัน แต่อย่าสร้างพันธนาการแห่งความรัก

    ขอให้มันเป็นทะเลที่เคลื่อนไหวได้

    ระหว่างฝั่งของจิตใจของเธอทั้งสอง

    เติมถ้วยของกันและกัน แต่อย่าดื่มจากถ้วยเดียวกัน

    ให้ขนมปังแก่กันและกัน

    แต่อย่ากินจากขนมปังก้อนเดียวกัน

    ร้องเพลงและเต้นรำด้วยกัน และมีความสุข

    แต่ขอให้เธอแต่ละคน ได้มีโอกาสอยู่ตามลำพัง

    แม้แต่สายพิณก็ต่างคนต่างอยู่

    แต่พวกเขาจะสั่นพลิ้วเป็นทำนองเดียวกัน

    ให้ดวงใจของเธอ แต่ไม่ใช่เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งเก็บไว้

    เพราะมีแต่มือของชีวิตเท่านั้น

    ที่จะเก็บดวงใจของเธอไว้ได้

    จงยืนอยู่ด้วยกัน แต่อย่ายืนใกล้กันมากเกินไป

    เหมือนเสาของวิหารที่ต่างยืนห่างจากกัน

    และต้นโอ๊ก ต้นไซเปรสนั้น ต่างคนต่างโตด้วยกันเอง

    ไม่ได้เติบโตในร่มเงาของกันและกัน....

    คาลิล ยิบราน

     

    June 04

    Good Story!!

    "รัก" ไม่มีคำว่าเศร้า ทุกข์ ขมขื่น หรืออะไรที่ทำให้รู้สึกไม่ดี

    "รัก" มีแต่สิ่งดีๆ ให้กันและกัน

    สิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจาก "รัก" แต่เกิดจากการคาดหวัง
    ที่แต่ละคนคิดว่าหากรักกันแล้ว…ต้องทำให้ได้ทุกอย่าง
    ในความเป็นจริงแล้วใช่อย่างนั้นหรือ…การคาดหวังเกิดขึ้นได้กับทุกคน…
    แล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อสิ่งที่คาดหวังของคนสองคนไม่ตรงกัน…
    คุณคงนึกภาพออก…

    แล้วถ้ายิ่งคุณทำอะไรให้กับคนที่คุณรักแล้วแต่ไม่ตรงกับที่คนรักคุณคาดไว้สิ่งนั้นก็หมดความหมาย

    คนทำก็หมดกำลังใจ ทำตั้งเยอะไม่ได้อะไร ตอบแทนเลย
    จึงกลายเป็นการเรียกร้องเกิดขึ้น
    เมื่อคุณเป็นฝ่ายให้แล้วทำไมอีกฝ่ายไม่เป็นฝ่ายให้บ้าง
    โดยคุณอาจลืมไปว่าอีกฝ่ายก็ได้ให้คุณเหมือนกัน
    เพียงแต่สิ่งนั้นไม่ได้ตรงกับที่คุณคาดไว้ และมันไม่มีความหมายกับคุณเลย
    เมื่อคนสองคนคิดไม่ตรงกัน…ที่ต้องการจะเป็นฝ่ายรับ หรือเรียกร้องที่จะรับโดยบอกให้อีกฝ่ายเป็นฝ่ายให้…

    ความทุกข์ต่างๆ ก็จะตามมา

    "รัก" ไม่ต้องคาดหวัง…ทำให้เมื่ออยากทำ…ไม่ต้องรอสิ่งตอบแทน…
    และรับในสิ่งที่อีกฝ่ายให้เมื่อเขาอยากให้…ไม่ต้องเรียกร้อง
    เป็นตัวของตัวเองในบางครั้ง…โอนอ่อนในบางที …สิ่งดีๆ ก็จะเกิด
    "รัก"ก็จะปรากฎ


    http://

    ที่มา : http://www.dailynews.co.th/col/col.asp?columnid=9714

    May 28

    เย้วๆๆ ไปพัทยามา สนุกมากๆๆๆ

     

    26-05-05:

    13.00: ขึ้นเขียง----สอบInterFin

    16.00: หลังจากหมดทุกข์หมดโศกเพราะสอบinter fin เสร็จแว้ว

    19.00: ได้เวลาแห่งความสุข ไปร้องเกะมาตั้งแต่ทุ่มนึงยันตีหนึ่ง ประมาณว่าถ้าเค้าไม่ไล่ก็คงไม่กลับกันง่ายๆ

    27-05-05: ไปพัทยา(พัทยาปาร์ค, หาดอะไรซักอย่าง, กินข้าวที่วังมุข) มาสนุกมากๆๆๆ เหนื่อยมากๆๆๆ ด้วย กว่าจะกลับถึงหอก็ปาเข้าไปห้าทุ่ม แหะๆๆ

    อยากดูรูปพัทยาจังเยย เพื่อนๆ ส่งมาให้ดูมั่งจิ.....

     

    May 23

    มาช่วยกันนับถอยหลังต้อนรับเวลาแห่งความสุขกันเถอะ!!!

    เอ้า เพื่อนๆที่เผชิญชะตากรรมเดียวกับเรา (เพื่อนๆที่เรียน Inter Fin) มาช่วยกันนับถอยหลังกันเถอะ อีกไม่กี่วันก็จะได้พักผ่อนกันซะที

    เพิ่งรู้สัจธรรมว่าเวลาแห่งความสุขมันผ่านไปเร็ว แต่ไอ้เวลามีทุกข์เนี่ยดิ เมื่อไหร่จะผ่านพ้นไปก็ไม่รู้ (-_-")

    http://